หลักสูตรเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย | UNIVERSITY FOUNDATION

 

Foundation คืออะไร 

Foundation คือหลักสูตรเตรียมความพร้อมเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย  เพื่อปรับความรู้ของนักเรียนโดยเฉพาะนักเรียนต่างชาติที่มาจากระบบการศึกษาแตกต่างกันจากทั่วโลก  ให้มีความรู้ใกล้เคียงเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งในทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและความรู้ในเชิงวิชาการ เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าเรียนชั้นปีที่ 1 ในมหาวิทยาลัยได้อย่างราบรื่น "ไร้รอยต่อ" และเพื่อเรียนรู้วิธีการเรียนในปริบทนิวซีแลนด์ ทำความเข้าใจและทำความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมและวิธีการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย ซึ่งต่างจากการเรียนในระดับมัธยมเป็นอย่างมาก 

ความยาวหลักสูตร 

ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป 


ระดับภาษาแรกเข้า มีผลกับระยะเวลาที่ใช้เรียน Foundation


สถาบันที่สอนหลักสูตร Foundation มีหลักสูตร Foundation ให้เลือกเรียนหลายระยะเวลา ขึ้นกับระดับภาษาแรกเข้า แต่ไม่ทุกสถาบันฟาวน์เดชั่นจะมีหลักสูตรทุกแบบ 

 

  • สอบได้ IELTS 6.0  หรือเทียบเท่าเรียนหลักสูตร Fast-track/Accelerated ซึ่งใช้เวลาเรียนสั้นที่สุดเพียง 6 เดือน   
  • สอบได้ IELTS 5.5 หรือเทียบเท่า - เรียนหลักสูตร Standard หรือ Standard Plus Foundation ระยะเวลาเรียน 8 เดือน  
  • สอบได้ IELTS 5.0 หรือเทียบเท่าเรียนหลักสูตร Standard Foundation ระยะเวลาเรียน 12 เดือน   
  • สอบได้ IELTS 4.5 หรือเทียบเท่าเรียน Extended Foundation  ความยาวหลักสูตร 18 เดือน 


Foundation เป็นหลักสูตรสำหรับใคร

นักเรียนมัธยมที่ยังมีคุณสมบัติไม่ครบตามเกณฑ์รับตรง (Direct Entry) ของมหาวิทยาลัย


กรณีไหนบ้างที่เข้าข่ายต้องเรียน Foundation 

  • ได้วุฒิ ม.6 แล้ว แต่ยังไม่ได้ IELTS 6.0
  • ได้วุฒิ ม.6 แล้ว แต่ได้ GPA ไม่ถึง 3.2
  • ใช้วุฒิ ม.5 สมัคร (ไม่ว่าจะได้ IELTS เท่าไหร่)  
  • จบ NCEA Level 2 หรือ CGSE/IGCSE/O Level หรือ IB ปีที่ 1 และไม่ต้องการใช้  UE หรือ A-Level หรือ IB Diploma ในการรับเข้า (ต้องการเพิ่มโอกาสในการรับเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย)
  • นักเรียนที่เรียนมัธยมมาน้อยกว่า 2 ปี  (เช่น เรียนจบ ม.4 แต่มีวุฒิ GED และมี IELTS แล้ว) 
  • นักเรียนที่เรียนระบบไทยมาตลอดและไม่เคยไปเรียนต่างประเทศ หรือไม่เคยเรียนหลักสูตรนานาชาติมาก่อน

 

หลักสูตรฟาวน์เดชั่น |  PATHWAY TO FIRST YEAR BACHELOR'S DEGREE IN NEW ZEALAND

                           

 

  แก้ไขเพิ่มเติม 

   1.  วุฒิการศึกษาไทย สามารถใช้วุฒิ ม.5 โดยต้องมีเกรดเฉลี่ย 3.0 ขึ้นไป สำหรับหลักสูตร Fast Track หรือ 2.5 สำหรับหลักสูตรมาตรฐาน

   2.  มหาวิทยาลัย Auckland มีเปิดสอนหลักสูตร Foundation Accelerated ความยาวหลักสูตร 6 เดือนด้วยแล้วในปี 2021

 

 



คะแนนทดสอบภาษาอังกฤษรูปแบบอื่น ที่สามารถใช้แทนคะแนนสอบ IELTS ได้  

 

Foundation เรียนที่ไหน สอนโดยใคร อยู่ในมหาวิทยาลัยหรือเปล่า

 

นิวซีแลนด์มีมหาวิทยาลัยทั้งหมด 8 แห่ง แต่ละแห่งมีวิธีการจัดการหลักสูตร Foundation ต่างกันออกไป

 

  • มหาวิทยาลัย 4 ใน 8 แห่ง สอน Foundation เอง (Otago, Massey, Waikato, Lincoln)
  • อีก 4 แห่ง (UOA, AUT, VUW, UC) มอบหมายให้สถาบันการศึกษาเอกชนที่มีคุณภาพสูงเป็นผู้ดูแล บริหาร และจัดสอนหลักสูตร Foundation แทน ในลักษณะ Exclusive provider (ให้สิทธิ์สอนเป็นเจ้าเดียวในนิวซีแลนด์) ซึ่งรวมถึงการกลั่นกรองคุณภาพของนักเรียน และการทำให้มั่นใจว่านักเรียนมีระดับภาษาที่สูงเพียงพอ ก่อนการเริ่มต้นเรียนในมหาวิทยาลัย 

 

สถานที่เรียน Foundation

ส่วนใหญ่อยู่ภายในมหาวิทยาลัย โดยจะอยู่ในโซนจัดพิเศษ ซึ่งอยู่ใกล้เดินไปมหาวิทยาลัยได้ง่าย 5-10 นาที  เพื่อให้สะดวกต่อนักศึกษาที่จะไปใช้สิ่งอำนวยความสะดวกภายในมหาวิทยาลัย  

  • ทุกมหาวิทยาลัยและสถาบันฟาวน์เดชั่น มีสถาบันภาษาบิ้วท์อินอยู่ภายในสถาบัน เพื่อให้นักเรียนที่ระดับภาษายังไม่ถึงระดับที่จะเรียน Foundation สามารถใช้เป็นที่ปรับภาษาระหว่างรอเข้าฟาวน์เดชั่น 
  • โดยหลักสูตรภาษาบ่อยครั้งเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร foundation ภาคขยาย (Extended Foundation)
  • คุณภาพการจัดหลักสูตร Foundation แต่ละสถาบัน ใกล้เคียงกัน เนื่องจากหลักสูตรที่ใช้สอน เป็นหลักสูตรโครงสร้างแบบเดียวกันต่างกันที่รายละเอียด หลักสูตรต้องได้รับการอนุมัติจาก NZQA และได้มาตรฐาน New Zealand Qualification Framework  โดย NZQA จัดส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางไปสังเกตุการณ์คราวละ 3-5 วัน ทุก 3 ปี เพื่อประเมินผลการดำเนินงาน 
  • Foundation ส่วนใหญ่อยู่ใต้การกำกับดูแลของรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรืออย่างน้อยมีเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยนั่งอยู่ใน Board of Director 
  • อาจารย์ที่สอน Foundation บางท่านก็เป็นโปรเฟสเซอร์ในมหาวิทยาลัย คุณวุฒิของอาจารย์มีตั้งแต่ระดับปริญญาโทขึ้นไป จนถึงปริญญาเอก 

 

ลักษณะพิเศษของหลักสูตร Foundation     

  • นักศึกษาจะได้รับการสอนในห้องเรียนและในห้องปฏิบัติการในแคมปัสของมหาวิทยาลัย เพื่อให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัย
  • นักศึกษาจะได้เรียนภาษาอังกฤษสำหรับการเรียนหลักสูตรอุดมศึกษา ควบคู่กับวิชาการที่เป็นพื้นฐานของคณะที่ตนเลือกเข้าศึกษาต่อ โดยไม่ต้องเรียนวิชาที่ไม่เกี่ยวข้องอื่นๆ
  • นักศึกษาจะได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร และทักษะในการแก้ปัญหา รวมทั้งทักษะการนำเสนอผลงาน และการค้นคว้าเชิงวิชาการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนระดับปริญญาตรี
  • ชั้นเรียนมีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง เฉลี่ย 16-25 คน เรียน 20-24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และสามารถเรียนเสริมได้อีก 10-20 ช.ม.ต่อสัปดาห์ 
  • รับประกันที่เรียนในมหาวิทยาลัยสำหรับการรับเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีปีที่หนึ่ง หากนักเรียนเรียนได้คะแนนตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่หลักสูตรกำหนดสำหรับคณะต่าง ๆ  ซึ่งเกณฑ์การตัดเกรดคณะสายธุรกิจ/ศิลป์ จะอยู่ที่ C+ ถึง B- Average แต่ในคณะที่มีการแข่งขันสูง เช่นวิศวกรรมศาสตร์ อาจมีการระบุเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำที่ต้องทำให้ถึง เพื่อจะได้สิทธิ์เข้าเรียนเมเจอร์ลำดับแรกที่เลือกเรียน  
  • เรียนร่วมกับนักเรียนจากหลากหลายประเทศ (up to 20-25 ประเทศ) รวมทั้งนักเรียนจากนิวซีแลนด์ 
  • รับนักเรียนได้ทุกเทอม ปกติรับ 2-4 intake ต่อปี ดังนั้นไม่ว่านักเรียนจะสำเร็จการศึกษามาจากประเทศอะไร ในช่วงไหนของปี ก็สามารถไปเริ่มเรียนฟาวน์เดชั่นได้ทันทีที่ภาษาพร้อม โดยไม่ต้องรอต้นปีการศึกษา 
  • รายวิชาที่มีให้เลือกเรียน เช่น Accounting, Economics, Marketing, Tourism, Communication, Engineering, Statistics, Calculus, Physics, Biology, Chemistry 
  • สามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ได้เหมือนกับเป็นนักศึกษาคนหนึ่งของมหาวิทยาลัย เช่น ห้องสมุด 24 ชั่วโมง ห้องออกกำลังกาย ศูนย์อาหารและนันทนาการของนักศึกษา ร้านอาหาร ร้านค้าต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย ศูนย์ข้อมูลและเอกสาร ห้องคอมพิวเตอร์ บริการสุขภาพนักเรียน ชมรม และสมาคม ส่วนลดในการซื้อสินค้า ความบันเทิง และการเดินทาง 
  • สถาบันช่วยจัดหาที่พัก - พักกับครอบครัวท้องถิ่น หรือพักในหอพักของมหาวิทยาลัย 
  • มีกีฬาและกิจกรรมทางสังคมประจำสัปดาห์ให้เข้าร่วม และ/หรือ เลือกทำ    

ได้สองใบตอบรับทันทีที่ผ่านการรับสมัคร

สำหรับนักศึกษานานาชาติ หนังสือตอบรับเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจะมาพร้อมกับจดหมายตอบรับเข้าเรียนหลักสูตร Foundation

  • ทั้งนี้เนื่องจาก Foundation เป็น Bridging Course (หลักสูตรทางเชื่อม) สำหรับการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
  • ซึ่งการเข้าเรียนหลักสูตรที่สอง (มหาวิทยาลัย) มีเงื่อนไขว่านักเรียนจะต้องสอบผ่านหลักสูตรแรก (Foundation) ให้ได้ก่อน 

ในทางปฏิบัติ สถาบันที่สอน Foundation จะเป็นผู้สกรีนคุณสมบัติของนักเรียน ทั้งเชิงวิชาการและระดับภาษา ว่าครบที่จะเรียนฟาวน์เดชั่นหรือไม่

ถ้านักเรียนมีคุณสมบัติครบ ก็จะออกจดหมายตอบรับมาให้สองแบบในคราวเดียว   

1.  Unconditional Offer ใบตอบรับเข้าเรียนสำหรับการเรียน Foundation ระบุว่ารับเข้าเรียนฟาวน์เดชั่นสายอะไร เริ่มเรียนวันที่เท่าไหร่ เรียนถึงวันที่เท่าไหร่ มีวันหยุดกี่วันในวันไหนบ้าง และมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ 

2.  Conditional Offer ใบตอบรับเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ระบุคณะที่เราต้องการเรียน (ได้มาจากข้อมูลที่กรอกไปตั้งแต่ตอนทำใบสมัคร Foundation) ใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยนี้เป็นแบบระบุเงื่อนไข ว่าจะต้องผ่านหลักสูตร Foundation และได้คะแนนเท่าไหร่ก่อน จึงจะรับเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ใบตอบรับนี้ส่วนใหญ่จะระบุเดือนและปีที่จะเรียนมหาวิทยาลัยแยกให้เห็นเป็นปี ๆ เพื่อจะได้ทราบชัดเจนว่าคณะดังกล่าวใช้เวลาเรียนกี่ปี และจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการเรียน รวมทั้งต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่เป็นค่าเล่าเรียน 


 

ปริญญาตรีที่นิวซีแลนด์ ใช้เวลาเรียนกี่ปี

  • 3 ปี สำหรับสาขาวิชาทั่วไป Art & Humanities, Law, Science, Commerce
  • 4 ปี สำหรับนักเรียนที่ต้องการปริญญาตรีเกียรตินิยม (Honour's Degree)  หรือ Double Degree (ปริญญาตรีสองสาขา – Conjoint Degree)
  • 5-6 ปี สำหรับสาขาแพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์

 

เกณฑ์รับเข้าเรียนปริญญาตรี สำหรับนักศึกษาต่างชาติ

  • Academic จบหลักสูตร Foundation Certificate Level 4  เพื่อเข้าเรียนชั้นปีที่ 1
  • หรือจบ Diploma for University Studies Level 5  เพื่อเข้าเรียนชั้นปีที่ 2
  • English Language Requirement รับที่ IELTS 6.0 ในสาขาวิชาส่วนใหญ่ (บางสาขาอาจต้องการสูงกว่านี้)

 



Visitors: 78,343